OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท
Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการยานยนต์ไทยด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสุดล้ำของ
JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) นวัตกรรม Super HEV + EV เอสยูวีสุดล้ำที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ไปจนถึงภาพรวมการตลาดของ
OMODA & JAECOO และแผนการนำ
Chery แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด
“NEW ENERGY, NEW ECO, NEW ERA” สะท้อนความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างระบบนิเวศพลังงานใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน พร้อมยกทัพเทคโนโลยียนตรกรรมสุดล้ำและดีไซน์ทันสมัยจากโมเดลใหม่ล่าสุดหลากหลายรุ่นทั้งจาก OMODA & JAECOO และ Chery มาจัดแสดงให้ทุกท่านได้สัมผัส รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
Bangkok International Motor Show 2025 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี บูธ OMODA & JAECOO หมายเลข A23

OMODA & JAECOO มุ่งเน้นที่การสร้างการรับรู้แบรนด์ที่แข็งแกร่งและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างตรงจุด โดยได้นำเสนอยนตรกรรมที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล อย่าง
OMODA C5 EV และ J
AECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) จากความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในตลาดไทยที่ผ่านมา ได้เป็นแรงผลักดันสำคัญให้บริษัทแม่อย่าง Chery Automobile ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว โดยจะเข้ามาเพิ่มฐานลูกค้าและเครือข่ายการตลาดที่ OMODA & JAECOO สร้างไว้ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น

"จากความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในตลาดไทยที่ผ่านมา ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเตรียมนำแบรนด์ Chery ที่เป็นแบรนด์แม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle) ที่มีคุณภาพสูงและเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในทุกกลุ่ม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับลูกค้าผ่านการบริการที่เป็นเลิศและเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุม การเข้ามาของ Chery ในครั้งนี้จะถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเราพร้อมที่จะนำประสบการณ์จากการเป็นผู้นำการส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของจีน มาปรับใช้เพื่อสร้างความสำเร็จในตลาดไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงโรงงานการผลิตที่จังหวัดระยองที่เริ่มรันการผลิตได้ภายในไตรมาส 3 ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในประเทศไทย" ฉี เจี๋ย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าว



โดยในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งนี้ Chery จะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่นมาจัดแสดงเป็นครั้งแรก ได้แก่ Chery Arrizo 8L รถซีดานปลั๊กอินไฮบริดสุดลักชัวรี่, Chery Tiggo 9 เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดสำหรับครอบครัว และ Chery Tiggo Cross คอมแพคเอสยูวีไฮบริดสำหรับคนรุ่นใหม่ การขยายตลาดในประเทศไทยของ Chery นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ผ่านหลักการ "Green, Technology, Family, Companionship" และให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
เปิดตัว JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) อย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยออเครสตราจากวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ
ภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้
OMODA&JAECOO ได้เปิดตัว
JAECOO 7 SHS อย่างอลังการด้วยบทเพลงบรรเลงออเครสตราจากวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ สมศักดิ์ศรีแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ ด้วยนิยาม Classic Beyond Classic สร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็นไฮไลท์สำคัญของงานได้อย่างน่าชื่นชม
.jpg.webp)
JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ) นวัตกรรม Super HEV + EV รถปลั๊กอินไฮบริดเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์ทันสมัย เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile ตอบสนองทุกความต้องการด้วยสมรรถนะและคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม ที่พลิกโฉมการทำงานของระบบ Plug in Hybrid ให้เปลี่ยนไปจากเดิม ประหยัดกว่าด้วยค่าบำรุงรักษาที่คุ้มค่า เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) ทำให้การทำงานระหว่างระหว่าง EV และ HEV เป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม. เมื่อมีแบตเตอรี่มากกว่า 25% พละกำลังสูงสุด 347 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 525 นิวตัน-เมตร ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูง (Thermal Efficiency) ช่วยให้เครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก และมอบอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมมากกว่า 21.28 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยระบบที่สามารถปรับการจ่ายเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่แบบเรียลไทม์ ทำให้การใช้พลังงานทุกหยดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ JAECOO 7 SHS มอบสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ที่ไกลกว่า 1,300 กิโลเมตร โดยมีระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และแบตเตอรี่ของ JAECOO 7 SHS มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบป้องกันแบตเตอรี่รอบด้าน ทั้งการทนทานต่อความร้อน แรงกระแทก และกันน้ำ พร้อมระบบป้องกันด้วยการปิดเครื่องภายใน 0.002 วินาทีหลังเกิดการชน ช่วยตัดแหล่งจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ได้ในกรณีฉุกเฉิน ด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้าภายนอกได้ 3.3 กิโลวัตต์ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย
โดย
JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) มี 2 รุ่นย่อยได้แก่
JAECOO 7 SHS Dynamic - ราคาคาดการณ์ 899,000 บาท และ
JAECOO 7 SHS Max – ราคาคาดการณ์ 999,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม - 6 เมษายน 2568 บูธ OMODA & JAECOO หมายเลข A23
- ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 2 ปี
- "Eco Bonus" Campaign เงินสนับสนุน 10,000 บาท* เมื่อนำเล่มจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือ HEV มาแสดง
- การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
- ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
พิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “JAECOO 7 SHS เป็นยนตรกรรมที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของรถปลั๊กอินไฮบริดทั่วไป เรามอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานจุดเด่นของทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดไว้ในคันเดียว ไม่ว่าผู้ใช้จะต้องการความเงียบและประหยัดพลังงานสำหรับการเดินทางในเมือง หรือสมรรถนะอันทรงพลังสำหรับการเดินทางไกล JAECOO 7 SHS พร้อมตอบสนองทุกความต้องการอย่างลงตัว นี่คือตัวอย่างชัดเจนของปรัชญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมล้ำสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้ เรายังใส่ใจไปจนถึง After sale service ด้วยค่าบำรุงรักษาระยะยาวที่มีค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์อื่นๆ ในตลาด”
OMODA & JAECOO นำเสนอยนตรกรรมใหม่ล่าสุดภายในงาน (เฉพาะวันที่ 24-25 มีนาคมเท่านั้น)
นอกจากนี้ภายในงาน แบรนด์ยังได้นำเสนอ JAECOO 5 EV ที่มาพร้อมกับการออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “จุดกำเนิดจากธรรมชาติ” ผสานความแข็งแกร่งและความสวยงามในทุกเส้นสาย โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม “Human – Pet Friendly Travel” สร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ทั้งผู้โดยสารและสัตว์เลี้ยง โดยมีระบบกันสะเทือนอิสระที่ติดตั้งมาด้วยความเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมซันรูฟพาโนรามาขนาด 1.45 ตารางเมตร และจอแสดงผลอัจฉริยะ 13.2 นิ้ว ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะโลดแล่นบนถนนในเมืองใหญ่ หรือผจญภัยในเส้นทางธรรมชาติ JAECOO 5 EV จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหายานยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ที่ผสานนวัตกรรมและการออกแบบอย่างลงตัว (สเปคนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อนำเข้ามาในประเทศไทย)

อีกรุ่นที่นำมาจัดแสดงได้แก่ OMODA C7 SHS การออกแบบภายใต้แนวคิด “Global Co-creation, Unlimited Enjoyment” ที่จะนำผู้บริโภคก้าวสู่ยุคใหม่ของการออกแบบยนตรกรรมแห่งยุค ด้วยการร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ข้ามพรมแดนตลอดจนแรงบันดาลใจจากอนาคตอย่างไร้ขีดจำกัด โดยยึดหลักปรัชญา “ART IN MOTION” ผสมผสานความนิ่งสงบของงานศิลป์และพลังแห่งการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกัน ผลงานดีไซน์ของ C7 สะท้อนความคมชัดในทุกมุมด้วยแนวหน้าตะแกรง X-shaped ที่แตกต่างอย่างโดดเด่น ด้วยการเล่นแสงเงาอย่างลงตัวจากเส้นโค้งและพื้นผิวที่ถูกสลักอย่างประณีต รวมถึงระบบไฟจังหวะอัจฉริยะที่ค่อยๆ ส่องประกาย เปรียบเสมือนพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา นวัตกรรมเหล่านี้สื่อถึงการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย New LOHAS ผู้ที่รักแฟชั่นล้ำสมัยและเทคโนโลยีแห่งอนาคต OMODA C7 SHS ไม่เพียงเปลี่ยนมาตรฐานความงามของ SUV เท่านั้น แต่ยังเปิดประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานความสะดวกสบาย เทคโนโลยีและสไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัวกว่าใคร
OMODA & JAECOO ขยายกลุ่มผู้บริโภคให้เข้าถึงรถ JAECOO 6 EV ด้วยรถรุ่นเริ่มต้น
หลังจากที่ได้ส่งมอบ
JAECOO 6 EV ให้ทุกคนเป็นเจ้าของตั้งแต่สิงหาคม 2567 และได้รับการตอบรับอย่างดี ในปีนี้ได้ JAECOO ได้นำเสนอรุ่นเริ่มต้น
JAECOO 6 EV Long Range 2WD PRO เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนในเมืองที่หลงใหลในรูปทรง One Box Style และต้องการขับรถที่ลดมลภาวะทางอากาศ ด้วยราคาคาดการณ์ 899,000 บาท และสีใหม่ Cyber Yellow ที่สร้างความโดดเด่นสะดุดตาบนท้องถนน
OMODA & JAECOO เตรียมมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงาน Motor Show 2025
OMODA C5 EV Model Year 2025 รถไฟฟ้าที่ก้าวข้ามขีดจำกัดสู่โลกอนาคต สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขอบเขต ผสมผสานการออกแบบที่ทันสมัยและเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับส่วนลดสูงสุด 220,000 บาท (จำนวนจำกัด)
- OMODA C5 EV Long Range Ultimate Model Year 2025 ราคาหลังหักส่วนลด 729,000 บาท (จาก 949,000 บาท)
- OMODA C5 EV Long Range Plus Model Year 2025 ราคาหลังหักส่วนลด 679,000 บาท (จาก 899,000 บาท)
พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ เพียงจอง ตั้งแต่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน และออกรถ OMODA C5 EV ตั้งแต่วันนี้ - 30 เมษายน 2568
โปรโมชั่นพิเศษ Motor Show Deal สำหรับ JAECOO J6 EV (หรือ iCAR 03 ในจีน) รถพลังงานไฟฟ้าสไตล์ออฟโรดโดดเด่นด้วยดีไซน์ “ONE BOX STYLE” ควบคู่ไปกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ทำให้ได้รับรางวัล “BEST OFF ROAD EV” มาพร้อมกับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท
JAECOO 6 EV มีให้เลือก 2 รุ่น
- รุ่น Long Range 4WD: สมรรถนะ 279 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 418 กม. (NEDC) พร้อม 9 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom, All road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) ราคาหลังส่วนลด 1,149,000 บาท (จาก 1,249,000 บาท)
- รุ่น Long Range 2WD: สมรรถนะ 184 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 426 กม. (NEDC) พร้อม 4 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom) ราคาหลังส่วนลด 999,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท)
- ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี*
- ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*
เพียงจองและออกรถ JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในจีน) ตั้งแต่วันนี้ - 30 เมษายน 2568
พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ
*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และบางข้อเสนอพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการโปรโมชันอื่นๆ ได้
จากคอนเซปต์ ONE BOX TRENDY ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากมาย JAECOO ได้จัดแคมเปญ “ONE BOX DESIGN” Contest สำหรับแฟนๆ ผู้ชื่นชอบแต่งรถ JAECOO 6 EV ร่วมประกวดชุดแต่งที่ถูกใจมหาชนมากที่สุด ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้งาน โดยมีรางวัลที่ 1 มูลค่า 100,000 บาท, รางวัลที่ 2 มูลค่า 50,000 บาท, รางวัลที่ 3 มูลค่า 25,000 บาท และ รางวัลที่ 4-10 อีก 7 รางวัล มูลค่า 10,000 บาท ต่อรางวัล โดยเริ่มส่งรูปเข้าประกวดตั้งแต่ 24 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2568 และ เริ่ม Vote วันที่ 1-26 สิงหาคม 2568 ประกาศผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ OMODA & JAECOO ในวันที่ 27 สิงหาคม
และเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ที่ยั่งยืน OMODA & JAECOO จึงนำเสนอแคมเปญใหม่ล่าสุด "Eco Bonus" Campaign โดยมอบเงินสนับสนุน 10,000 บาท เพียงนำเล่มจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือ HEV มาแสดงเมื่อซื้อรถไฟฟ้ารุ่น OMODA C5 EV หรือ JAECOO 6 EV ตั้งแต่ 24 มีนาคม - 30 เมษายนนี้ และ JAECOO 7 SHS ตั้งแต่ 24 มีนาคม – 6 เมษายนนี้ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าในงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น
"การเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ไม่เพียงแค่นำเสนอยานยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำพันธกิจของเราในการผลักดันประเทศไทยสู่ยุคแห่งการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ฉี เจี๋ย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าว "เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ด้วยเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยที่ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน"
พบกับกองทัพยนตรกรรมสุดล้ำและโปรโมชั่นพิเศษจาก OMODA & JAECOO ได้ที่บูธหมายเลข A23 ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน 2568 และที่ผู้แทนจำหน่าย 34 แห่งทั่วประเทศ