อุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน นั้นมีอยู่แค่ ไม่เราชนเค้า..ก็เค้าชนเรา จึงจะเห็นได้ว่ายอดของการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละปีนั้นแม้จะมีเพิ่ม มีลดลงบ้าง แต่ก็มีการเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการขาดสมาธิขณะขับขี่ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ, การขับรถด้วยความเร็วสูงเกินที่กำหนด, สภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก หรือ หมอกควัน, สภาพของรถที่ไม่พร้อม, การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และที่สำคัญที่สุดก็คือ การขับรถในสภาพมึนเมา
จากอุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมา ถ้าท่านเป็นฝ่ายถูก (และถูกชน) อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ต้องกังวล เพียงแต่ให้ทำการเคลมประกันภัยรถยนต์ตามขั้นตอนที่ควรปฏิบัติ ดังนี้
- แจ้งการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจเช็คความปลอดภัยของทุกคนในรถ จากนั้นควรแจ้งเหตุกับตำรวจ และบริษัทประกันภัยโดยเร็วที่สุด และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการให้ข้อมูลของอุบัติเหตุอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวันเวลา, สถานที่เกิดเหตุ และรายละเอียดของรถคู่กรณี
- ถ่ายภาพเพื่อเป็นหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นรถคุณ รถคู่กรณี และความเสียหายที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็ทำการขอข้อมูลการติดต่อของคู่กรณี
- เตรียมเอกสาร ถ้าคุณและผู้โดยสารมีใครเกิดได้รับบาดเจ็บ ก็ควรขอใบรับรองแพทย์, เอกสารจากจเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรืออื่น ๆ ที่จำเป็น
- ยื่นขอเคลม ทำการติดต่อบริษัทประกันภัย และทำการยื่นขอเคลมตามขั้นตอนที่ทางบริษัทกำหนด อาจต้องนำรถไปประเมินความเสียหายที่ศูนย์บริการ หรืออู่ที่บริษัทประกันภัยมีอยู่เพื่อประเมินและซ่อมแซม
- ติดตามการเคลม หลังจากยื่นเคลมแล้ว คุณควรติดตามการซ่อมแซม เพื่อดูว่ามีความคืบหน้าเป็นครั้งคราว
โดยขั้นตอน และเอกสารที่จำเป็นต้องใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทประกันภัย แต่ที่สำคัญควรตรวจสอบรายละเอียด (อ่านก่อนเซ็น) กับบริษัทประกันภัยของคุณจะช่วยให้กระบวนการเคลมประกันราบรื่นและชัดเจนขึ้น
มาที่อุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมา ถ้าท่านเป็นฝ่ายผิด (เมาแล้วขับ) สิ่งแรกที่ควรต้องมีคือ ความรับผิดชอบ ไม่หนีออกจากที่เกิดเหตุ เมื่อเราเป็นต้นเหตุแล้วควรยอมรับมัน ถึงแม้ว่ากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่คุณมี อาจมีบางประเด็นที่บริษัทประกันจะนำไปพิจารณา โดยทั่วไป มีหลายปัจจัยที่จะตัดสินว่าประกันจะครอบคลุมค่าเสียหายหรือไม่ ประกอบด้วย
- ข้อกำหนดของกรมธรรม์ ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์ประกันมีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับการขับขี่ภายใต้ความมึนเมาหรือไม่
- กฎหมาย การขับขี่ในขณะมึนเมาถือเป็นการละเมิดข้อบังคับจราจร ซึ่งอาจทำให้การคุ้มครองประกันภัยลดลงหรือถูกยกเลิก โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ประเภทของประกัน ชนิดประกันภัยที่ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ อาจไม่ครอบคลุมในกรณีนี้ บางกรมธรรม์อาจครอบคลุมค่าเสียหายต่อรถยนต์และทรัพย์สิน แต่อาจไม่ครอบคลุมความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- ผลกระทบต่อค่าเบี้ยประกันภัย แม้ว่าประกันอาจครอบคลุมค่าเสียหายบางส่วน แต่การเกิดอุบัติเหตุภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์อาจส่งผลให้เบี้ยประกันในอนาคตเพิ่มขึ้น
โดยการเคลมประกันหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว สามารถแจ้งเคลมในทันทีในสถานที่เกิดเหตุ อาจจะมาจากรถไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือไม่ปลอดภัยสำหรับการขับเคลื่อน และจะแจ้งเคลมย้อนหลังเนื่องจากรถเป็นรอยเพียงเล็กน้อย สามารถขับต่อได้ แต่ต้องแจ้งเคลมก่อนที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะหมดอายุ หลังจากแจ้งแล้วจะได้รับใบเคลม ให้คุณจะนำรถเข้าซ่อมเมื่อไหร่ก็ได้ตามความสะดวก แต่แค่ต้องซ่อมก่อนใบเคลมหมดอายุเท่านั้น
และเมื่อคุณ เมาแล้วขับ ก็จะมีโทษ ต่างๆ ดังนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่ต่ำกว่า 6 เดือนสำหรับผู้ที่มี
- ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือ ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) ถือเป็น ผู้เมาสุรา
- ปริมาณเแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- การปฏิเสธเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000 - 20,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และศาลสามารถสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ หรือเพิกถอนและสามารถยึดรถไว้ไม่เกิน 7 วัน
แต่ถ้าเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น บาดเจ็บ ก็จะมีโทษ จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ในกรณีที่ทำให้ผู้อื่น บาดเจ็บสาหัส จะมีโทษจำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 2 ปี แต่ถ้ารุนแรงจนถึงขั้นทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย จะมีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที (ที่มาและภาพ : สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก)
อย่างไรก็ดี การเมาแล้วขับ อาจทำให้การประกันภัยรถยนต์ที่คุณมีอาจถูกยกเลิก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย เพราะเป็นกรณีที่ผู้เอาประกันทำผิดเงื่อนไข ซึ่งบริษัทประกัน ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าเสียหาย ตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ เช่น นำรถออกนอกพื้นที่คุ้มครอง (ขับไปเที่ยวต่างประเทศ), มีการนำรถไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย, ผู้ขับไม่มีใบขับขี่ หรือถูกตัดสิทธิ์, มีการใช้รถที่นอกเหนือจากการที่จดกรมธรรม์ไว้ และ เมาแล้วขับ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งในกรณีที่มีตรวจสอบแล้วว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ แต่ถ้าเกินประกันรถยนต์มีสิทธิ์จะไม่รับผิดชอบได้ตามกฎหมาย